“คิง เพาเวอร์” ควัก 1.4 หมื่นลบ.ซื้อตึกมหานคร

Home / “คิง เพาเวอร์” ควัก 1.4 หมื่นลบ.ซื้อตึกมหานคร

คิง เพาเวอร์ มหานคร ทุ่มงบ 14,000 ล้านบาท อุ้ม เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ซื้อที่ดิน โรงแรม อาคารจุดชมวิว และอาคารรีเทลคิวบ์ ในโครงการมหานคร

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ส่งหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายทรัพย์สิน มูลค่ารวมจำนวนไม่เกิน 14,000 ล้านบาท ให้แก่บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด ได้แก่ การขายทรัพย์สินของบริษัทย่อย ที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางตรงและทางอ้อม คิดเป็น 100% ผ่านบริษัท เพซ เรียลเอสเตท จำกัด แบ่งเป็น บริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน จำกัด (พีพี1) คิดเป็น 51% และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี จำกัด (พีพี3) คิดเป็น 51.28% ของหุ้นที่จำหน่าย ได้แก่ ที่ดิน โรงแรม อาคารจุดชมวิว อาคารรีเทลคิวบ์ ปฏิมากรรม ภาพวาด ใบอนุญาตต่าง ๆ รวมถึงสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการประกอบธุรกิจของพีพี1 และพีพี3 อาคารจุดชมวิวและอาคารรีเทลคิวบ์ ในโครงการมหานคร คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกิน 12,617 ล้านบาท  

ขณะเดียวกัน ยังขายที่ดินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมระหว่างบริษัทย่อยของบมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น  คิดเป็นมูลค่า 183 ล้านบาท และบริษัทยังได้รับค่าตอบแทนสำหรับการจัดหาบริหารและดำเนินการให้เกิดรายการ คิดเป็นมูลค่า 1,200 ล้านบาท รวมทั้งอนุมัติให้เพซ เข้าซื้อหุ้นที่อพอลโล เอเชีย สปริ้นท์ คอมปานี ลิมิเต็ด และโกลด์แมน แซคส์ อิน เวสเมนท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ลิมิเต็ด ที่ถืออยู่ใน พีพี1 และพีพี3 รวมเป็นเงินจำนวนไม่เกิน 320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือไม่เกิน 10,000 ล้านบาท 

สำหรับโครงการมหานครเป็นโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะจำหน่ายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้น ทำให้การจำหน่ายไปทรัพย์สินครั้งนี้ จึงเป็นการจำหน่ายทรัพย์สินที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับกระแสเงินสดเร็วกว่ากำหนด ซึ่งภายหลังจากการจำหน่ายทรัพย์สินในครั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การดำเนินงานอีก 4 โครงการ คือ โครงการนิมิต หลังสวน โครงการวินด์ เชล โครงการมหาสมุทร วิลล่า และโครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ และยังมีธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า 

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า การเข้าทำรายการในครั้งนี้ เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เนื่องจากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะทำให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดเหลือเพื่อนำไปชำระหนี้บางส่วน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ต่อไป