สวนผักอินทรีย์ `ผู้สูงวัย` งานใหม่สังคมคนเมือง

Home / สวนผักอินทรีย์ `ผู้สูงวัย` งานใหม่สังคมคนเมือง

จุดกำเนิดธุรกิจเพื่อสังคมโซเชียลเอ็นเตอร์ไพรส์ (Social Enterprise : SE) ส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากปัญหา “PLANT:D” สวนผักอินทรีย์คนเมืองก็เช่นเดียวกัน ถือกำเนิดจากปัญหาที่ผู้ก่อตั้งมีความคิดว่า ผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน ประชากรผู้สูงอายุวัยเกษียณมีกว่า 8 แสนคน ที่ไม่มีรายได้ ขาดกิจกรรมทางกาย และไม่มีโอกาสได้เข้าสังคม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ส่งเสริมให้คนไทยบริโภคผักวันละ 400 กรัม เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ ความดัน หัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ขณะเดียวกันได้สนับสนุนเครือข่ายสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ เกิดแรงกระเพื่อมให้เกษตรกรหันมาปลูกผักไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ทำให้ผู้บริโภคมีผักอินทรีย์ราคาถูกบริโภคและเข้าถึงแหล่งได้ง่าย โดยเน้นให้ขายเองปลูกเองกินเองในชุมชน เพราะจากข้อมูลการบริโภคพบว่าผืชผักในกรุงเทพฯ 50% ที่จำหน่ายในกรุงเทพฯ มีการปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ธนัน รัตนโชติ ผู้ก่อตั้ง PLANT:D เล่าจุดเริ่มต้นโครงการนี้ให้ฟังว่า เริ่มจากเขาเองทำงานด้านการตลาดและเคยทำงานในบริษัทเคมีการเกษตร มีโอกาสไปลงพื้นที่พบว่า มีการใช้เคมีการเกษตรค่อนข้างสูง ขณะที่พืชผักปลอดภัยที่เป็นผักอินทรีย์ ก็มี ราคาจำหน่ายที่สูงเกินไป ไม่สามารถบริโภคในชีวิตประจำวันได้ อีกปัจจัยหนึ่งก็มองเรื่องสังคมผู้สูงอายุ จุดประกายความคิดเริ่มจากคนใกล้ตัว คือคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเกษียณงานแล้ว ทั้งคู่ คุณพ่อไม่ทำอะไรอยู่เฉย ๆ ไม่มีงานอดิเรกอะไร สุขภาพไม่ค่อยดี ในขณะที่คุณแม่ชอบปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้มีสุขภาพดีกว่า ด้วยการริเริ่มให้ผู้สูงวัยที่มีเวลาว่างอยู่บ้านได้สามารถทำฟาร์มผักอินทรีย์ขนาดเล็ก เพื่อตอบโจทย์การบริโภค และจัดจำหน่ายในรูปแบบสมาชิก ผ่านโครงการของ PLANT:D ซึ่งเป็นการออกแบบวิธีการทำสวนผักขนาดย่อม ในสังคมเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร และส่งจำหน่ายกันภายในเครือข่ายในรูปแบบสมาชิก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth