หญิงแชร์ประสบการณ์เลวร้าย ลูกผู้มีอิทธิพลทำผิด แต่ไม่สามารถเอาผิดได้

Home / หญิงแชร์ประสบการณ์เลวร้าย ลูกผู้มีอิทธิพลทำผิด แต่ไม่สามารถเอาผิดได้

หญิงแชร์ประสบการณ์เลวร้าย ในกระบวนการยุติธรรมไทย หลังแจ้งความเอาผิดลูกผู้มีอิทธิพล เจอยัดพยานเท็จ ยืดคดี ตำรวจโกหก และอีกสารพัด แถมเจอข่มขู่ถึงบ้าน
กลายเป็นเรื่องที่แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ขณะนี้ หลังจากในวันที่ 1 มีนาคม 2561 ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @sansani23 เปิดเผยถึงความเดือดร้อนที่เธอได้รับ และประสบการณ์อันเลวร้ายในกระบวนการยุติธรรมของไทย หลังจากที่เธอพยายามเอาผิดลูกจ้างรายหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกของผู้มีอิทธิพล ทำให้คดีไม่คืบ ยืดและมีความพยายามบิดเบือนต่าง ๆ จนสุดท้ายก็ยังเอาผิดไม่ได้

โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า เธอได้แจ้งความจับลูกน้องในร้านรายหนึ่ง ข้อหาลักทรัพย์นายจ้างและฉ้อโกง อย่างไรก็ตามเรื่องค้างอยู่ภายในโรงพักนานถึง 10 เดือน กว่าจะถึงอัยการ เนื่องจากผู้ต้องหามีพ่อตาเป็นคนระดับนายพล ส่วนแม่เป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่เรื่องยังอยู่ในโรงพักนั้น เธอเจอประสบการณ์เลวร้ายสารพัด ทั้งร้อยเวรเจ้าของคดียัดพยานเท็จมาในสำนวน แถมยังเรียกพยานฝ่ายเรามาให้ปากคำไม่ครบ เรียกทนายฝั่งผู้ต้องหามานั่งฟังและช่วยไกด์คำถาม คำตอบให้ จนทำให้คำให้การขัดแย้งกับพยานหลักฐานทั้งหมด

ซ้ำร้ายตำรวจยังโกหกเธอมาตลอดเรื่องออกหมายเรียก โดยอ้างว่าออกหมายเรียกไป 2 ครั้งจนจะออกหมายจับแล้ว แต่พอบังคับให้ไปออกหมายจับ กลับอ้างว่าศาลไม่ยอมออกให้ ความจริงเพิ่งมาปรากฏตอนเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน จึงรู้ว่าโกหกกันมาตลอด ซึ่งเมื่อพนักงานสอบสวนคนที่ 2 มาดูสำนวน ก็ถึงกับบอกเลยว่า “พี่ ถ้าส่งฟ้อง ผมมั่นใจว่าแพ้ คนแรกเขาอาจจะไม่เข้าใจเรื่องราว ผมจะพยายามเขียนให้เข้าข้อกฎหมายนะครับ”

ระหว่างนั้นเธอยังเพิ่งทราบว่า ฝ่ายคู่กรณีได้แจ้งความเธอกับสามี ข้อหาหมิ่นประมาท และอยากเจรจา โดยต้องการให้ฝั่งเธอถอนแจ้งความ แลกกับการที่ฝั่งนั้นถอนแจ้งหมิ่นประมาท แต่เธอก็ไม่ยอมแม้อีกฝ่ายส่งทนายมาคุยหลายครั้ง กระทั่งตำรวจฝั่งของเธอทนไม่ไหว บอกทนายไปว่า “พี่ ไม่พูดถึงค่าเสียหายของเขาบ้างละครับ มีทั้งยาที่คนอื่นฝากขาย ลูกความพี่เอามาขายรวมให้เขา แต่งบัญชียา ลักยาในร้านอีก”

เวลาต่อมา แม้คู่กรณีของเธอจะถูกออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แต่ฝั่งนั้นก็อ้างว่าไปต่างประเทศ ทั้งที่ยังเช็กอินอยู่ที่ประเทศไทย แต่พอนำหลักฐานไปให้ตำรวจ กลับไม่มีใครทำอะไร

ในส่วนของคดีหมิ่นประมาทนั้น เธอพบความผิดปกติทั้งมีการเปลี่ยนตัวเจ้าของคดี ทั้งหลักฐานที่อีกฝ่ายอ้างถึง ซึ่งโป๊ะแตกหลายข้อ จนฝ่ายตำรวจคนใหม่ที่มาดูแลถึงกับบอกว่าตัวเองไม่รู้เรื่องด้วย ผู้กองคนแรกเขารับแจ้งความไว้

ทั้งนี้ก่อนที่ตำรวจจะส่งคดีลักทรัพย์และฉ้อโกงไปให้อัยการ ก็มีคนอ้างเป็น สนช. รายหนึ่ง ทำทีมาเจรจา บอกว่าเด็กมันยืนยันว่าไม่ผิด แต่เมื่อถามว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ผิดแล้วทาง สนช. รายนี้มาเจรจาทำไม ทาง สนช. ก็บอกว่า ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง เขาจะขึ้นว่าความเอง ซึ่งกว่าคดีจะจบก็สัก 5-6 ปี และขอให้รู้ไว้ว่าเขาว่าความครั้งละเป็นแสน

ทั้งนี้หลังจากทางตำรวจส่งคดีไปที่อัยการ วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 เธอก็โทรศัพท์ไปตามเรื่องถึง 5 ครั้ง จนสุดท้ายผ่านไป 6 เดือน ทางอัยการก็บอกว่า เรื่องอยู่อัยการจังหวัด อยู่อัยการภาค อยู่ ผบ. ภาค 1 ซึ่งหมายถึง สั่งไม่ฟ้อง ทุกข้อ

แถมอยู่ ๆ คู่กรณีก็โทร. ไปหาตำรวจ แจ้งว่าจะเอาสำเนาคำสั่งไม่ฟ้อง ทั้งที่ตำรวจยังไม่ทันรู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ปกติทางตำรวจต้องได้รับหนังสือแล้วจะแจ้งผู้เสียหาย และผู้ต้องหา

ดังนั้นเธอจึงไปขอพบอัยการ ซึ่งตอนแรกก็จะไม่ให้เข้าพบ แต่สุดท้ายก็ยอมให้เจอ แต่ยังพยายามประวิงเวลา อ้างว่าฝนตกรถติดบ้าง ติดประชุมบ้าง ซึ่งฟังไม่ขึ้น จากนั้นเมื่อได้เจอกันก็ยังพูดกันไม่รู้เรื่อง

อย่างไรก็ตามขณะนี้เธอได้ไปร้องเรียนสำนักงานอัยการสูงสุดไว้แล้ว พร้อมแนบคลิปหลักฐานทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่ตำรวจตอบไม่ได้ว่า พยานเท็จที่ยัดเข้ามาเป็นใคร จนตำรวจต้องวิ่งหนี ตลอดจนคลิปที่ สนช. เข้ามาข่มขู่เธอ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กระปุกดอทคอม