แม่ช็อก หลังรู้ลูกต้องอยู่แนวหน้า ถ้ามีเหตุกราดยิง รร. แต่ต้องอึ้งกว่า เมื่อได้ฟังคำของลูก

Home / แม่ช็อก หลังรู้ลูกต้องอยู่แนวหน้า ถ้ามีเหตุกราดยิง รร. แต่ต้องอึ้งกว่า เมื่อได้ฟังคำของลูก

แม่ช็อกหนัก เมื่อรู้ว่าลูกต้องอยู่แนวหน้ารับมือ หากเกิดเหตุกราดยิง รร. แต่ต้องสะอึกเมื่อได้ฟังคำพูดของลูก และสิ่งที่สะท้อนผ่านความคิดของเขา
นับเป็นสถานการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ สำหรับเหตุระทึกมือปืนบุกกราดยิงโรงเรียนมัธยมสโตนแมน ดักลาส ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งก่อนหน้านี้ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็มีนักเรียนในโรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ที่ต้องเผชิญความหวาดผวา

จากเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นโรงเรียนต่าง ๆ จึงต้องเริ่มผุดมาตรการรับมือ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการให้เด็ก ๆ ฝึกซ้อมด้านความปลอดภัยไว้ล่วงหน้า หากต้องเผชิญสถานการณ์ดังกล่าว
ขณะที่ล่าสุด (22 กุมภาพันธ์ 2561) เว็บไซต์บอร์แพนด้า ก็ได้เผยถึงเรื่องราวของ ทาไน เบอร์นาร์ด คุณแม่ชาวอเมริกันรายหนึ่ง ที่เพิ่งจะได้พูดคุยถึงเรื่องการฝึกซ้อมเพื่อความปลอดภัยในโรงเรียนของลูก ซึ่งทำให้เธอต้องช็อกอย่างหนักและจุกอกไปกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของลูกชายวัย 10 ขวบ

โดยเรื่องมีอยู่ว่า ทาไน ผู้เป็นแม่นั้นเป็นคุณครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐเทกซัส ดังนั้นในฐานะที่เธอเองก็เป็นบุคลากรด้านการศึกษาและเป็นแม่คน เธอจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าที่โรงเรียนของลูกจะมีการฝึกซ้อมรับมือต่อเหตุร้ายอย่างจริงจังหรือไม่ เธออยากจะมั่นใจว่าลูกชายของเธอต้องปลอดภัยเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย ในระหว่างที่พาลูกไปส่งที่โรงเรียน จึงได้ลองถามเขาดูว่า เขาได้รับการฝึกซ้อมอย่างไรบ้างถ้าต้องเจอเหตุกราดยิงเข้าจริง ๆ

และคำตอบจาก เดซมอนด์ ลูกชายชั้น ป.5 ของเธอก็คือ “ครูให้เราปิดล็อกประตูห้องเรียน นำกระดาษสีดำไปติดไว้ให้ทั่วหน้าต่างและประตู ผมและเพื่อนผู้ชายอีก 3 คนจะต้องรีบผลักโต๊ะมาขวางประตูไว้ แล้วหลังจากนั้นทุก ๆ คนในห้องก็จะมายืนหลบอยู่ด้านหลังเรา ที่กำแพงหลังห้อง”

เมื่อได้ฟังเช่นนั้นทำให้ทาไนถึงกับชะงักไป เธอแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองในสิ่งที่ได้ยินจนต้องถามลูกซ้ำว่า “ใครหลบอยู่หลังใครนะ” ซึ่งลูกชายของเธอก็บอกว่า

“ผมกับเพื่อนผู้ชายอีก 3 คนครับ เราจะยืนอยู่แถวหน้า และพวกเขาอยู่ด้านหลังเรา” เดซมอนด์ กล่าว

ผู้เป็นแม่ถึงกับช็อกไปกับสิ่งที่ได้ยิน ความคิดในหัวของเธอแล่นฉับไว เธอคิดได้ทันทีว่าลูกชายของเธอเป็นเด็กผิวสี 1 ใน 2 คนจากทั้งชั้นเรียนที่มีกัน 23 คน เธอรู้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ได้แต่คิดว่าทำไมต้องเป็นลูกชายของเธอที่ถูกผลักออกไปอยู่แนวหน้า เพียงเพราะเขาเป็นคนผิวสี ดังนั้นเธอจึงถามลูกชายอีกคำถามหนึ่ง ก่อนจะพูดความคิดดังกล่าวของตัวเองออกไป

“ทำไมลูกถึงถูกเลือกให้ออกไปอยู่แนวหน้าของทุก ๆ คน ถ้ามีมือปืนบุกเข้ามาในโรงเรียนลูกล่ะ” ทาไน ถาม

“ผมไม่ได้ถูกเลือกสักหน่อย แต่ผมเป็นคนอาสาออกไปผลักโต๊ะ และปกป้องเพื่อนของผมเอง” เดซมอนด์ ตอบ ซึ่งมันทำให้แม่ของเขาอึ้งไปทันที เธอต้องการจะทราบถึงเหตุผลที่ลูกชายทำเช่นนี้

และนี่คือคำอธิบายจากเดซมอนด์…

“ถ้ามันต้องเกิดขึ้นจริง ๆ ผมอยากจะเป็นหนึ่งในคนที่สละชีวิตเพื่อปกป้องเพื่อน ๆ แทนที่จะให้เพื่อนทั้งห้องตายไป โดยที่ผมเป็นคนเดียวที่ยังมีชีวิต” เดซมอนด์ กล่าว

คำพูดของเขามันทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับจุกอก เธอพูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป นี่หรือคือความคิดของลูกชายของเธอ ทั้งที่เขาเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น สิ่งที่ได้ยินจากลูกชายนั้นมันสะท้อนถึงอะไรหลาย ๆ อย่างเหลือเกิน นอกจากจะเผยให้เห็นจิตใจอันกล้าหาญของลูกชายเธอแล้ว มันยังสะท้อนให้เห็นถึงความน่าเวทนาของสังคม ที่บีบคั้นให้เด็ก ๆ ก้าวมาอยู่ในจุดที่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรแบบนี้แล้ว

ทั้งนี้ทาไนก็ได้นำเรื่องทั้งหมดมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของเธอ ให้ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้อ่านไปพร้อมกัน ซึ่งมันก็ถูกแชร์ต่อออกไปอย่างแพร่หลายในทันทีกว่า 1.6 แสนครั้ง และมีคนอีกจำนวนมากที่เข้ามาแสดงความเห็น ชื่นชมในจิตใจอันดีงามของลูกชายเธอ ที่พร้อมสละตนเองเพื่อจะช่วยเพื่อน ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก กระปุกดอทคอม